1644 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นควรชะลอแผนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของ บมจ. ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHAID) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และแผนปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ออกไปก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนที่ไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับเมื่อได้เปิดรับฟังข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากนักวิเคราะห์ นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทำให้เล็งเห็นว่า แผนงานที่วางไว้ไม่ได้สร้างประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น อย่างที่ควรจะเป็น
ประการสำคัญ การชะลอแผนดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนงาน โอกาสและศักยภาพในการทำธุรกิจของบริษัทฯ เพราะทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์และเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตของรายได้และส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 2.9 เท่า ในปี 2573
โดยธุรกิจโลจิสติกส์ ยังคงเดินหน้ายกระดับจากการให้บริการการจัดการขนส่งและคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจในไทยและเวียดนามอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์ อย่างเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สมุทรปราการ และเมืองรองของประเทศ รวมทั้งขยายคลังสินค้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและอุตสาหกรรมส่งออก ตั้งเป้าสร้างโครงการใหม่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร ภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเพิ่มเป็นประมาณ 3.3 ล้านตารางเมตร ก่อนเพิ่มเป็นแตะ 4.3 ล้านตารางเมตร ใน 5 ปีข้างหน้า
สำหรับธุรกิจโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์ Mobilix ซึ่งปัจจุบันพร้อมให้บริการ 3 ด้าน ได้แก่ ให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (On Premise & Public EV Charging Solution) และโมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution) กับลูกค้ากลุ่มองค์กร (B2B) โดยตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้บริการรถเช่าสะสมปีนี้ที่ 1,700 คัน ก่อนขยายตัวเป็น 20,000 คัน ในปี 2572
ขณะที่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จะเร่งขยายการเติบโตในเวียดนาม เพื่อดึงดูดนักลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ทั้ง กลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค ดาต้าเซนเตอร์ และสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเพิ่มจำนวนนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมทั้งในไทยและเวียดนามปีนี้ เพิ่มจาก 15 แห่ง เป็น 17 แห่ง ประเดิมด้วยนิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE 5) พื้นที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เฟสแรก บนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ก่อนจะทยอยเพิ่มที่ดินเพื่อการพัฒนารวม 12,700 ไร่ เป็น 88,000 ไร่ ใน 5 ปีข้างหน้านี้
ส่วนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน มุ่งขยายธุรกิจจำหน่ายน้ำและบำบัดน้ำเสีย กับพลังงานสะอาด ทั้งในไทยและเวียดนาม โดยธุรกิจสาธารณูปโภค จะเดินหน้าพัฒนา Smart Water Solutions เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ ภายใต้เป้าหมายยอดจำหน่ายน้ำและบำบัดน้ำเสียรวมปีนี้ 173 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพิ่มเป็น 280 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2572 สำหรับธุรกิจพลังงาน เตรียมพัฒนาโซลูชันพลังงานใหม่ ควบคู่ไปกับการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดปีนี้เป็น 1,185 เมกะวัตต์ และเพิ่มเป็น 1,600 เมกะวัตต์ในปี 2572
ด้านธุรกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นธุรกิจที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงานของทุกธุรกิจภายในกลุ่มบริษัทฯ พร้อมนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI และ IoT มาประยุกต์ใช้ในแต่ละธุรกิจ โดยปีนี้มีแผนพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่
ขณะที่ฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ ยังมีความเข้มแข็ง สามารถใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และการจัดหาเงินทุนจากแหล่งต่างๆ มาใช้ตามแผนธุรกิจและงบลงทุนที่วางไว้ เพราะสามารถบริหารจัดการให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) อยู่ต่ำกว่า 1.20 เท่า