1776 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) ผู้นำธุรกิจรับเหมาระบบสารสนเทศและการสื่อสารอย่างครบวงจร ประกาศผลดำเนินงานปี 2567 มีกำไรสุทธิ 573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า หนุนจากการรับรู้งานโครงการภาครัฐขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น ทั้งโครงการที่มีความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 และการเริ่มต้นโครงการในปีงบประมาณ 2568 หลายโครงการ ประกอบกับการที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงทำให้รายได้รวมเติบโต 11% มาอยู่ที่ 7,198 ล้านบาท สร้างสถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ ขึ้นมา ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเพิ่มในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 18 เมษายนนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 2 พฤษภาคม ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายในเดือนกันยายนปีก่อน ทำให้บริษัทฯ จ่ายปันผลทั้งปีในอัตรา 0.55 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนระดับ 11-12% (คิดจากราคาหุ้นที่ 4.60 บาท) ตอกย้ำภาพการเป็นหุ้นปันผล (Dividend Stock) ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด
สำหรับแนวโน้มธุรกิจปี 2568 นี้ นางศศิเนตร พหลโยธิน รักษาการประธานคณะกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ AIT ชี้แจงว่า ขอตั้งเป้ารายได้แตะ 6,800 ล้านบาท แต่จะให้ความสำคัญกับการรักษาอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยให้ได้ที่ 7-8% ด้วยการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาสายสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งการจัดการระบบภายใน และการบริหารบุคลากรให้มีความพร้อมรับงานที่ท้าทายขึ้น ตลอดจนมองหาโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนคุ่มค้า ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งมั่นใจว่า จะสามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้ ส่วนหนึ่งจากการทยอยส่งมอบงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ราว 6,000 ล้านบาท และงานรอคำสั่งซื้อจากลูกค้า (Waiting for P/O) อีก 80 ล้านบาท สร้างการรับรู้รายได้ปีนี้ อีกส่วนหนึ่งมาจากการได้งานใหม่ๆ ที่หน่วยงานภาครัฐทยอยเปิดประมูลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud, Cybersecurity งานให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรคมนาคมแบบครบวงจร และการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรในภาคเอกชนในยุค Digital Transformation ช่วยเติม Backlog อย่างต่อเนื่อง ทยอยรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ปีนี้เรื่อยไปถึงปี 2570
ขณะเดียวกัน เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมก้าวเป็นผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในประเทศไทยโดยอาศัยการเป็น Strategic Partner ของ บมจ. เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส (TKC) ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรคมนาคมแบบครบวงจร (System Integrator -SI) ผนวกเข้ากับความชำนาญในการให้บริการโซลูชั่นด้านดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานไอทีของ AIT ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับการให้บริการทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน ให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของ AI และ Digital Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว บริษัทฯ เตรียมขอมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในวันที่ 4 เมษายนนี้ เพื่ออนุมัติแผนที่ TKC ซึ่งเป็นทั้งพันธมิตรและผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 24.90% จะขอซื้อหุ้นบางส่วนจากผู้ถือหุ้นเดิมของ AIT จำนวน 153.64 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 5.20 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 799 ล้านบาท ซึ่งหากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น จะทำให้ TKC ถือหุ้นใหญ่เพิ่มเป็น 34.90% เท่านั้น จะไม่กระทบการบริหารจัดการแต่อย่างใด เพราะการบริหารงานจะยังคงดำเนินการภายใต้ทีมผู้บริหารชุดเดิม