TKN คาดต้นทุนสาหร่ายปี 2568 ไม่แพงเท่าปีก่อน พร้อมเปิดเกมแข่งตลาดต่างประเทศ ดันผลงานโตต่อเนื่อง

1837 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TKN คาดต้นทุนสาหร่ายปี 2568 ไม่แพงเท่าปีก่อน พร้อมเปิดเกมแข่งตลาดต่างประเทศ ดันผลงานโตต่อเนื่อง




บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) ผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายทะเลแปรรูปทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้ตราสินค้าเถ้าแก่น้อย รวมถึงขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เปิดเผยผลดำเนินงานงวดไตรมาสสุดท้ายปี 2567 มีรายได้จากการขาย 1,469.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้น 9.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) หนุนจากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ ผลจากการสร้างสินค้าใหม่ร่วมกับการส่งเสริมการตลาดเพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้างมากขึ้น และการขยายช่องทางการขายใหม่ๆ ในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง อย่างอเมริกา อินโดนีเซีย และบางประเทศในยุโรป ช่วยลดผลกระทบของยอดขายที่ลดลงในตลาดจีนได้ อีกทั้งยังได้ปัจจัยเสริมจากจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีการซื้อสินค้าเป็นของฝากสูงขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากต้นทุนสาหร่ายที่ปรับตัวสูงกว่าปี 2566 มากกว่า 50% กลับกดดันให้กำไรสุทธิลดลง 16.8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3.4% QoQ มาอยู่ที่ 139.0 ล้านบาท 

กระนั้น ความสำเร็จจากการที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการพอร์ตสินค้า และช่องทางการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับวางแผนการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้อัตรากำไรสุทธิทั้งปีปรับเพิ่มจาก 14.0% ในปีก่อน ขึ้นมาเป็น 14.6% สนับสนุนให้ผลดำเนินงานปี 2567 เติบโตสร้างสถิติใหม่ (New High) ทั้งด้านยอดขายและกำไร และยังทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 20 ปี โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 12.5% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 836.1 ล้านบาท ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น 7.3% มาอยู่ที่ 5,712.3 ล้านบาท

ดังนั้น เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีมาโดยตลอด บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.207 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 19 มีนาคมนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผล วันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก ที่จ่ายก่อนหน้านี้ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท ทำให้บริษัทฯ มีการจ่ายปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 0.507 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนราว 6% 

โอกาสนี้ นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TKN เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2568 ว่า พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อน ด้วยการใช้กลยุทธ์ EVN ประกอบด้วย Efficiency การใช้ระบบอัตโนมัติปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น มีต้นทุนต่ำลง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น Volume การเพิ่มปริมาณขายในทุกตลาด โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ที่มีสัดส่วนรายได้ 63% ของรายได้ทั้งหมด และ NPD การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และเพื่อตอบความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคให้ได้ทุกกลุ่ม ซึ่งจะสนับสนุนให้รายได้เติบโตจากปีก่อน 7-10% อีกทั้งควบคุมอัตรากำไรสุทธิได้ไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 14.6%

เบื้องต้น บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายในประเทศเติบโตตามตลาดขนมขบเคี้ยวที่คาดว่าจะโตไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนตลาดต่างประเทศ พร้อมทำการตลาดเชิงรุกเพื่อเพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดหลัก อย่างจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย อเมริกา เวียดนาม ตั้งเป้ายกระดับแบรนด์เถ้าแก่น้อยให้เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครัก (Brand Love) ขณะที่กลุ่มตลาดใหม่ ได้แก่ ยุโรปตะวันตก สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ในใจผู้บริโภค ผ่านการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่ ในหลากหลายช่องทาง รวมถึงปรับแพคเกจผลิตภัณฑ์และรสชาติให้เหมาะกับพื้นที่นั้นๆ ควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนสินค้าและขนาดสินค้า (pack size) ให้เหมาะกับช่องทางการขาย และทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 40 รายการ (SKUs) ทั้งกลุ่มสาหร่ายและไม่ใช่สาหร่ายทะเล และใช้กลยุทธ์การตลาดช่วยสนับสนุนการขาย โดยตั้งเป้ารายได้ในจีนเติบโตอย่างน้อย 10% อินโดนีเซียเติบโต 7% และอเมริกาเติบโตไม่ต่ำกว่า 6%

อย่างไรก็ตาม การที่ภาวะการแข่งขันในตลาดจีนและอินโดนีเซียมีความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งเศรษฐกิจโลกยังมีความท้าทายจากหลายปัจจัย ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบสำคัญ อย่างสาหร่าย ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องราคาเหมือนปีก่อน แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะลดลงจากปีก่อน ทำให้บริษัทฯ พร้อมทบทวนแผนและกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด

ขณะที่ธุรกิจใหม่ ร้านอาหารหมูกระทะ 71 ที่เปิดเมื่อปลายปี 2566 สามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จากการจัดกิจกรรมการตลาด และการใช้อินฟูเอ็นเซอร์ช่วยโปรโมทร้าน ทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีการขยายสาขาเพิ่ม 2 สาขา เป็น 3 สาขา ได้แก่ สาขาถนนบรรทัดทอง คอมมูนิตี้มอลล์ Att U Park Bangna และคอมมูนิตี้มอลล์ Meet UP แจ้งวัฒนะ และเตรียมเปิดอีก 1 สาขาในไตรมาสแรกปีนี้ 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้