TKN ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน แต่ upside จำกัด

3442 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TKN ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน แต่ upside จำกัด


บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) ผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายทะเลแปรรูป รวมถึงขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รายงานผลดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ โชว์รายได้เติบโตสูงสุดในรอบ 3 ปี ด้วยยอดขายรวม 1,243.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดด 164.4% มาเป็น 166.0 ล้านบาท

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศคิดเป็น 38% และต่างประเทศ 62% ซึ่งทุกกลุ่มประเทศที่ส่งออกสินค้าไปทำตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีน ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ส่วนตลาดอเมริกา และกลุ่มอาเซียน มีการเติบโตโดดเด่นขึ้น

นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TKN ชี้แจงว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ให้มีความหลากหลาย (Product Mix) และมีการทำกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มการรับรู้แบรนด์ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ Idol Marketing

 


 

 


ส่วนแผนงานทั้งปี บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสร้างยอดขายได้เติบโต 15% ตามเป้าหมาย จากการเร่งเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสาหร่าย รวมถึงมุ่งเน้นการเพิ่มสินค้าใหม่และทำกิจกรรมทางการตลาดผ่านออนไลน์และออฟไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค โดยตลาดในประเทศ จะเน้นเพิ่มการกระจายสินค้าในช่องทางร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ผ่านตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นกว่า 14 รายทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการกลับมาเปิดร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ 2 สาขา รองรับการกลับมาของจำนวนนักท่องเที่ยว พร้อมขยายธุรกิจ QSR ทั้งในส่วนของบริษัทฯ และแฟรนไชส์เพิ่มเติม ขณะที่ตลาดต่างประเทศ จะเร่งเพิ่มอัตราการเติบโตในตลาดอเมริกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการทำ Productivity เพื่อลดต้นทุน ทำกำไรในทุกช่องทางการขาย และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีกำไรขั้นต้นที่ดี เพื่อเพิ่มอัตราการทำกำไรขั้นต้นโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น

เบื้องต้น กสิกรไทย (KS) มองบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ TKN จาก 3 ปัจจัย ประการแรก upside ที่เกิดจากนักท่องเที่ยวจีน และความร่วมมือกับ บมจ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ทำตลาดขนมขบเคี้ยว ที่จะเกิดในครึ่งหลังปีนี้ ประการที่สอง การสต๊อกสาหร่ายจำนวนมากเพื่อควบคุมต้นทุนให้สอดรับกับการที่ราคาสาหร่ายตลาดปรับเพิ่ม 10-15% ในปีนี้ และประการสุดท้าย ปัจจัยฤดูกาลขายที่คาดว่าจะสูงขึ้นในครึ่งหลังของปี ทำให้ปรับสมมติฐานกำไรจากการดำเนินงานช่วง 3 ปีนี้ (ปี 2566-68) ขึ้น 11.4% 6.6% และ 10.3% ตามลำดับ และเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 10.80 บาท เป็น 11.70 บาท อิง PER ล่วงหน้าที่ 26.4 เท่า

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้